การศึกษาข้อมูลความรู้ผ่านทางโลกของ Search Engine

Boy using computer at homeปัจจุบันการนำความรู้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาหาความรู้ ได้แก่ การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตโดยการใช้งานอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการศึกษานี้เพื่อการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เพื่อการนำข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาใช้งานและการสร้างแหล่งข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งการใช้งานงานอินเทอร์เน็ตที่นิยมใช้กันอย่างมากจะได้แก่การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆเพื่อหาความรู้ แต่การเข้าเยี่ยมชมนั้นในกรณีที่เรารู้ว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีชื่อว่าอะไร เนื้อหาของเว็บ มุ่งเน้นเกี่ยวกับสิ่งใด เราสาสามารถที่จะเข้าเยี่ยมชมได้ทันที แต่ในกรณีที่เราไม่ทราบชื่อเว็บเหล่านั้น แต่เรามีความต้องการที่จะค้นหาเนื้อหาบางอย่าง มีวิธีการจะเข้าสืบค้นข้อมูลได้ โดยการใช้ความสามารถของ Search Engine

Search Engine จะมีหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆเอาไว้โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คำหรือข้อความของหัวข้อนั้นๆลงไปในช่องที่กำหนด คลิกปุ่มค้นหาเท่านั้นข้อมูลอย่างย่อๆและรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจะปรากฏให้เราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทันที โดย Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภทของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ดังนั้นการที่จะเข้าไปหาข้อโดยวิธีการ Search นั้น อย่างน้อยเราจะต้องทราบว่าเว็บไซต์ที่จะเข้าไปใช้บริการ ใช้วิธีการหรือประเภทของ Search Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป

ในโลกของอินเทอร์เน็ทข้อมูลมีมากมายเหลือเกิน ถ้าจะใช้เวลาในการอ่านทุกสิ่งบนอินเทอร์เน็ตคงต้องใช้เวลานานหลายชั่วอายุคน จริงๆแล้วเราคงไม่มีความสนใจในทุกเรื่อง แต่คงสนใจเฉพาะเรื่องที่เราสนใจเท่านั้น จึงมีคนคิดเครื่องมือในการช่วยค้นหาข้อมูลที่ต้องการนั้นก็คือ Search Engine ระบบค้นหาข้อมูลหรือ search engine เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอินเทอร์เน็ตโดยครอบคลุมทั้งข้อความ รูปภาพ ภาคเคลื่อนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูลบุคคล กลุ่มข่าว และอื่นๆซึ่งแตกต่างกันไป แล้วแต่โปรแกรมหรือผู้ให้บริหารแต่ละราย ระบบค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคำสำคัญที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ที่คิดว่าผู้ใช้น่าจะต้องขึ้นมาในปัจจุบัน ระบบค้นหาข้อมูลบางชนิด เช่น กูเกิล (Google) จะบันทึกประวัติการค้นหาและการเลือกผลลัพธ์ของผู้ใช้ไว้ด้วย และจะนำประวัติที่บันทึกไว้นั้นมาช่วยกรองผลลัพธ์ในการค้นหาครั้งต่อไป

ความแตกต่างของการเรียนแบบออนไลน์กับการเรียนในห้องเรียน

การเรียนแบบออนไลน์
ในปัจจุบันการเรียนแบบออนไลน์ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักศึกษาและคนวัยทำงานที่มีข้อจำกัดทางด้านเวลาและการเดินทางไปเรียนนอกสถานที่ ดังนั้น โรงเรียน The Knowledge จึงได้ออกแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ของคนกลุ่มนี้ ได้ด้วยการ แก้ไขปัญหาการศึกษาด้วยระบบการเข้าถึงการเรียนการสอนที่ง่ายขึ้น และรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเรียนที่โรงเรียน ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการเรียนแบบออนไลน์ได้ มีการจัดระบบการเรียนการสอนที่แยกเป็นบทเรียนซึ่งง่ายต่อการค้นคว้าศึกษาหาข้อมูล ช่วยลดปัญหาการเรียนตามเพื่อนไม่ทันหรือไม่เข้าใจเนื้อหาบทเรียนนั้นๆ เพราะการเรียนแบบออนไลน์ผู้เรียนสามารถย้อนบททวนบทเรียนได้หลายๆ รอบ จนกว่าผู้เรียนจะเข้าใจเนื้อหาของบทเรียน ซึ่งทำให้ผู้เรียนไม่ต้องอายเพื่อนร่วมชั้นเรียน ที่จะบอกให้อาจารย์อธิบายเนื้อหาบทเรียนนั้นอีกครั้ง ดังนั้น การเรียนแบบออนไลน์จึงเหมาะกับผู้เรียนทุกระดับ

การเรียนในห้องเรียน
การเรียนในห้องเรียนจะมีการสอนเป็นแบบใช้ ผู้สอนเป็นจุดศูนย์กลาง ในการสอน โดยผู้สอนจะเป็นผู้ควบคุมการเรียนในชั้นเรียนแต่เพียงผู้เดียว โดยการเรียนในห้องเรียนผู้สอนจะเป็นผู้ทำการบรรยายเนื้อหาการเรียนในแต่ละบทเรียน และการให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนนักเรียนในชั้นเรียน โดยที่ผู้เรียนไม่สามารถกำหนดเนื้อหาและบทเรียนที่ตัวผู้เรียนอยากเรียนเองได้ รวมถึงการต้องเข้าเรียนในห้องเรียนตามเวลาที่ได้กำหนด หากผู้เรียนมาไม่ทันเข้าห้องเรียนตามเวลา ก็จะเสียโอกาสในการเรียนของเนื้อหานั้นๆ ในกรณีที่นักเรียนในชั้นเรียนมีมากเกินไป อาจทำให้ผู้สอนดูแลการสอนของนักเรียนในชั้นเรียนอย่างไม่ทั่วถึง ทำเกิดปัญหาในการไม่เข้าใจในบทเรียนของผู้เรียนได้ ดังนั้น โรงเรียนThe Knowledge เราจึงได้จำกัดนักเรียนในชั้นเรียนไม่เกิน 10 คนต่อห้อง เพื่อผู้สอนจะได้ทำการสอนเนื้อหาและคอยดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง

ข้อดีและข้อเสียระหว่างการเรียนแบบออนไลน์กับการเรียนในห้องเรียน
-การเรียนแบบออนไลน์ จะมีค่าใช้จ่ายในการเรียนถูกกว่า การเรียนในห้องเรียน เพราะเนื่องจากไม่ต้องเดินทางเรียนที่โรงเรียน
-การเรียนแบบออนไลน์ มีโอกาสในการเรียนจบที่เร็วกว่า การเรียนในห้องเรียน เพราะไม่ต้องรอเวลาเรียนในคาบเรียนต่อไป ผู้เรียนสามารถเรียนบทเรียนต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
-การเรียนแบบออนไลน์ ไม่จำกัดจำนวนผู้เรียน แต่การเรียนในห้องเรียนจำกัด
-การเรียนแบบออนไลน์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำเอกสาร หรือทำรายงานต่างๆ เหมือนในห้องเรียน
-การเรียนแบบออนไลน์ไม่ต้องมีตารางเรียนเหมือนแบบการเรียนในห้องเรียน
-การเรียนแบบออนไลน์ เรียนจากที่ไหน เมื่อไรก็ได้ แต่การเรียนในห้องเรียนต้องตรงตามเวลาที่กำหนด
– การเรียนแบบออนไลน์ สามารถเลือกเรียนเนื้อหาได้ตามต้องการ แต่การเรียนในห้องเรียนต้องเรียนตามที่ผู้สอนได้กำหนดไว้แล้ว

การศึกษาออนไลน์ แหล่งเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ที่พัฒนาให้เรียนรู้ได้เองตลอดชีวิต


ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคนในสังคมไม่น้อย โดยเฉพาะด้านการศึกษาถือได้ว่า ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นแหล่งรวมข้อมูลจากทั่วโลกในทุกรูปแบบ เปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าหาความรู้ของคนยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และด้านอื่นๆ ที่สามารถเลือกรับได้ตามความสนใจ

เมื่อพูดถึงสังคมออนไลน์ในวันนี้หากใครบอกว่าไม่รู้จัก Twitter, Facebook, Skype หรือแม้แต่  Wikipedia, Youtube ก็อาจจะตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคน “ตกยุค”  ได้ง่าย ๆ เพราะเป็นช่องทางพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ปีเรานิยมใช้อินเทอร์เน็ตในการรับส่งอีเมล์ หรืออย่างดีก็เป็นโปรแกรมสนทนา เช่น  IRC,  ICQ หรือ MSN ติดต่อสื่อสารกันไปมา แต่ ณ วันนี้กระแสของโลกออนไลน์ที่มาแรงทำให้เกิดสังคมออนไลน์ หรือ Social Network ที่สามารถติดต่อสร้างปฏิสัมพันธ์กันได้กับทุกประเทศทั่วโลกอย่างไร้พรมแดนจริง ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าแนวโน้มการใช้สังคมออนไลน์ในบ้านเมืองเราเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะเป็น “เด็กและเยาวชน”  ที่พ่อแม่มักเลี้ยงลูกมาด้วยเงิน อุปกรณ์ไฮเทค คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โดยสิ่งเหล่านี้กลายเป็นของรางวัลที่พ่อแม่ซื้อหาให้ลูก หรือาจเป็นแฟชั่นเพื่อให้ทัดเทียมเพื่อน ๆ แต่ไม่มีเวลาคอยดูแลชี้แนะในสิ่งที่ถูกที่ควรทำให้เด็กไม่มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี มีการใช้คอมพิวเตอร์  มือถือ หรืออุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ เพียงเพื่อดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม พูดคุยออนไลน์  มีการสร้างสังคมส่วนตัว จนกลายเป็นเด็กติดเกม ติดเพื่อน ส่งผลให้กิจกรรมในสังคมลดลง การเรียนตกต่ำ สุขภาพย่ำแย่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญที่มีให้เห็นเป็นข่าวกันบ่อยครั้ง

แม้ว่าเทคโนโลยีจะเป็นต้นเหตุของการเรียนรู้ที่เป็น “ดาบสองคม” แต่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีก็ยังให้ประโยชน์ได้ดีเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างมหาศาลหากมีการเลือกใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม เพราะเป็นสื่อที่มีชีวิต มีทั้งข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว ที่มีสีสันสามารถสร้างแรงจูงใจให้เด็กใฝ่เรียนรู้มากยิ่งขึ้น เป็นการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ที่กว้างไกลสามารถศึกษาค้นคว้าได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นสิ่งสำคัญคือเราต้องร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาสังคมออนไลน์ให้ก้าวไปในหนทางที่เหมาะสมและเติบโตแบบมีคุณภาพอย่างมีภูมิคุ้มกันที่ดีพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสร้างเด็กและเยาวชนไทยให้มีภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันเทคโนโลยี  ต้องเน้นให้รู้จักเลือกเปิดรับข้อมูลที่ให้สาระความรู้เพื่อประเทืองปัญญามากกว่าการโหลดคลิปวิดีโอหรือเล่นเกมออนไลน์ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงสุขภาพจิตและสุขภาพกายตามมา

ทั้งนี้การเรียนรู้ออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อแวดวงการศึกษาไทย เนื่องจากเป็นการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นสูง เข้าถึงง่าย ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถเลือกเรียนเนื้อหาได้ตามความต้องการและความสนใจ สื่อที่นำเสนอมักอยู่ในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีเว็บไซต์มากมายที่เผยแพร่เนื้อหาสาระอันเป็นประโยชน์ในลักษณะของสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ที่ผู้สนใจสามารถเลือกเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง แต่ในแวดวงการศึกษามีโครงการที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ โครงการส่งเสริมการบูรณาการนวัตกรรมการจัดการศึกษาด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนรู้ หรือที่เรียกว่า NOE Plaza (Network of Education Plaza) ตลาดนัดการศึกษาออนไลน์ เป็นรูปแบบการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการจัดการศึกษาของชาติ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนและบริหารจัดการระบบการศึกษาให้สอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอยู่อย่างเช่นปัจจุบันและในอนาคต

กิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับผู้เรียนเป็นสำคัญ

การเรียนรู้สิ่งใดมีประโยชน์และมีคุณค่า และการมีคุณค่าของการเรียนรู้จะขึ้นอยู่กับบุคคลแต่ละคน กลุ่มคน เวลา และ สถาณการณ์ในการนำความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้นี้ไปใช้ ทั้งหมดทั้งสิ้น คือ กระบวนการของการศึกษา วัตถุประสงค์ของการศึกษาเรียนรู้นั้นขึ้นอยู่กับบุคคล บางคนเรียนรู้เพื่อมีชีวิตรอด บางคนเรียนรู้เพื่อให้มีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าขึ้น แต่ก็น่าเสียดายที่ว่าโอกาสที่คนจะเรียนรู้และรับประสบการณ์ในการเรียนรู้นั้นไม่เพียงพอ และไม่เท่าเทียมกัน หลักสูตรจะช่วยแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายให้สอดคล้องกับศักยภาพของนักเรียน มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม เน้นความสนใจของนักเรียน นำเนื้อหาสาระการเรียนรู้เป็นเรื่องใกล้ตัวในชุมชนหรือในชีวิตประจำวัน นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีการบูรณาการคุณธรรมค่านิยมที่ดีงาม กิจกรรมการเรียนการสอนควรมุ่งเน้นให้นักเรียนเกิดทักษะ กิจกรรมเน้นกระบวนการคิด ใช้เทคนิควิธีการอย่างหลากหลาย  มีสื่ออุปกรณ์ประกอบ ลงมือปฏิบัติเน้นการปฏิบัติจริง นักเรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีส่วนร่วม มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างนักเรียนกับนักเรียน นักเรียนกับครู นักเรียนกับวัตถุสิ่งของที่เป็นสื่อการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสภาพแวดล้อม มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลของนักเรียนระหว่างครูกับผู้ปกครอง มีกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่างๆ นอกเหนือจากชั่วโมงเรียน

การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพนักเรียน

1.วิเคราะห์สภาพทั่วไปของสถานที่ ห้องเรียนและตัวผู้เรียน
2.พัฒนาโดยการวิเคราะห์หลักสูตร เพื่อพัฒนานวัตกรรมในแต่ละบทเรียนโดยเน้นด้านความรู้และด้านกระบวนการ
3.พัฒนาจัดหาสื่อ เครื่องมือช่วยในการใช้สื่อการสอน ICT ช่วยในการจัดการเรียนรู้
4.สร้างและพัฒนานวัตกรรมและกิจกรรมที่หลากหลายให้ผู้เรียนได้รับองค์ความรู้และสนุกสนานกับการเรียนรู้กิจกรรมต่าง ๆ
5.ปรับเปลี่ยนห้องเรียนให้มีบรรยากาศเป็นห้องเรียนแห่งการเรียนรู้
6.เชื่อมโยงห้องเรียนให้มีองค์ความรู้ในห้องและนอกห้องเรียนสู้องค์ความรู้ท่เป็นสากลโดยใช้สื่อท่จัดทำขึ้นเองและสื่อออนไลน์
7.มีการวัดผลประเมินผลเพื่อการพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
8.ประเมินผลทุกระยะ เพื่อให้ทราบสภาพจริง แก้ไขและวางแผนพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ของ e-Learning ยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเนื้อหาและ สะดวกในการเรียน

คำว่า e-Learning คือ การเรียน การสอนในลักษณะ หรือรูปแบบใดก็ได้ ซึ่งการถ่ายทอดเนื้อหานั้น กระทำผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ซีดีรอม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต หรือ ทางสัญญาณโทรทัศน์ หรือ สัญญาณดาวเทียม ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งการเรียนลักษณะนี้ได้มีการนำเข้าสู่ตลาดเมืองไทยในระยะหนึ่งแล้ว เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยซีดีรอม, การเรียนการสอนบนเว็บ การเรียนออนไลน์ การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ การเรียนด้วยวีดีโอผ่านออนไลน์ เป็นต้น  ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า e-Learning กับการเรียน การสอน หรือการอบรม ที่ใช้เทคโนโลยีของเว็บ  ในการถ่ายทอดเนื้อหา รวมถึงเทคโนโลยีระบบการจัดการหลักสูตร ในการบริหารจัดการงานสอนด้านต่างๆ โดยผู้เรียนที่เรียนด้วยระบบ e-Learning นี้สามารถศึกษาเนื้อหาในลักษณะออนไลน์ หรือ จากแผ่นซีดี-รอม ก็ได้ และที่สำคัญอีกส่วนคือ เนื้อหาต่างๆ ของ e-Learning สามารถนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีมัลติมีเดียและเทคโนโลยีเชิงโต้ตอบ คำว่า e-Learning นั้นมีคำที่ใช้ได้ใกล้เคียงกันอยู่หลายคำเช่น Distance Learning (การเรียนทางไกล) Computer based training (การฝึกอบรมโดยอาศัยคอมพิวเตอร์ หรือเรียกย่อๆว่า CBT) online learning (การเรียนทางอินเตอร์เนต) เป็นต้น ดังนั้น สรุปได้ว่า ความหมายของ e-Learning คือ รูปแบบของการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือสื่ออิเลคทรอนิกส์ในการถ่ายทอดเรื่องราว และเนื้อหา โดยสามารถมีสื่อในการนำเสนอบทเรียนได้ตั้งแต่ 1 สื่อขึ้นไป และการเรียนการสอนนั้นสามารถที่จะอยู่ในรูปของการสอนทางเดียว หรือการสอนแบบปฎิสัมพันธ์ได้

ประโยชน์ของ e-Learning ยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเนื้อหา และ สะดวกในการเรียน การเรียนการสอนผ่านระบบ e-Learning นั้นง่ายต่อการแก้ไขเนื้อหา และกระทำได้ตลอดเวลา เพราะสามารถกระทำได้ตามใจของผู้สอน เนื่องจากระบบการผลิตจะใช้ คอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหลัก นอกจากนี้ผู้เรียนก็สามารถเรียนโดยไม่จำกัดเวลา และสถานที่เข้าถึงได้ง่ายผู้เรียน และผู้สอนสามารถเข้าถึง e-learning ได้ง่าย โดยมากจะใช้ web browser ของค่ายใดก็ได้ (แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้ผลิตบทเรียน อาจจะแนะนำให้ใช้ web browser แบบใดที่เหมาะกับสื่อการเรียนการสอนนั้นๆ) ผู้เรียนสามารถเรียนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใดก็ได้ และในปัจจุบันนี้ การเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตกระทำได้ง่ายขึ้นมาก และยังมีค่าเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่มีราคาต่ำลงมากว่าแต่ก่อนอีกด้วยปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยกระทำได้ง่ายเนื่องจากผู้สอน หรือผู้สร้างสรรค์งาน e-Learning จะสามารถเข้าถึง server ได้จากที่ใดก็ได้ การแก้ไขข้อมูล และการปรับปรุงข้อมูล จึงทำได้ทันเวลาด้วยความรวดเร็วประหยัดเวลา และค่าเดินทาง ผู้เรียนสามารถเรียนโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ โดยจำเป็นต้องไปโรงเรียน หรือที่ทำงาน รวมทั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องประจำก็ได้ ซึ่งเป็นการประหยัดเวลามาก การเรียน การสอน หรือการฝึกอบรมด้วยระบบ e-Learning นี้ จะสามารถประหยัดเวลาถึง 50% ของเวลาที่ใช้ครูสอน หรืออบรม